|
ENIAC
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกถูกพัฒนาขึ้นโดยหน่วยงานวิจัยทางทหารของกองทัพบก สหรัฐอเมริกา
ในปี ค.ศ. 1946 หรือประมาณ 66 ปีมาแล้ว
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่พัฒนาขึ้นมานี้มีชื่อว่า ENIAC
( Electronic Numerical Integrator And Calculator ) มีความยาว 80 ฟุต มีน้ำหนักมากถึง 30 ตัน
ใช้หลอดสูญญากาศ 18,000 หลอด
หลังจากที่ได้เกิด ENIAC ขึ้นมา เป้าหมายการพัฒนาคอมพิวเตอร์ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ดังนี้
1. ขนาดเล็ก Small Size มีความเร็วสูงมีความเที่ยงตรงแม่นยำในค่าคำนวณ
2. More power การทำงานของเครื่องต้องมีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียร การประมวลผลต้องรวดเร็ว และหน่วยความจำต้องมีมากขึ้น
3. Less Expense ต้องมีราคาถูก และต้องถูกลงไปเรื่อยตามขนาดที่จะต้องเล็กลง
ENIAC เป็นคอมต้นแบบและเป็นยุคแรกของคอมพิวเตอร์ ใช้ หลอดสูญญากาศ
หลอดสูญญากาศ
ในยุคที่ 2 คอมพิวเตอร์ถูกเปลี่ยนจากหลอดสญญากาศที่มีขนาดใหญ่ มาเป็น ทรานซิสเตอร์ ที่เป็นอุปกรณ์ อิเลคทรอนิคส์ขนาดเล็ก เป็นสารกึ่งตัวนำ เซมิคอนดักเตอร์
เพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ ( เป็นทรานซิสเตอร์ขยายกำลัง ) ย่อด้วย TR.
คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ( Supercomputers) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ มีความเร็วสูง มีหน่วยการประมวลผลสูงสุด หน่วยการจัดเก็บข้อมูลสูงสุด ใช้สำหรับ หน่วยงานทางทหาร หน่วยงานทางวิจัย ต่างๆ และการพยากรณ์อากาศ การออกแบบเครื่องบินเป็นต้น
2. เมนเฟรม คอมพิวเตอร์ ( Mainframe computers ) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองลงมาจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ใช้ในหน่วยงาน หรือองค์กรขนาดใหญ่ เช่น สายการบิน ธนาคาร บริษัทประกันภัย มหาวิทยาลัย เป็นต้น
3. มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computers ) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กและประสิทธิภาพรองลงมาจาก เมนเฟรม อีกที นำมาใช้ใน บริษัทขนาดกลาง ใช้ในระบบบัญชี หรือบางที อาจนำไปใช้ร่วมกับเมนเฟรมก็ได้
4. ไมโครคอมพิวเตอร์ ( Micro computers ) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล้ก ส่วนบุคคล หรือ พีซี คอมพิวเตอร์ ( Personal Computers ) PC. เป็นคอมพิวเตอรตั้งโต๊ะ หรือเป็นแบบพกพา เคลื่อนย้ายได้สะดวก
ฮาร์ดไดร์ตัวแรกของโลก
IC. ไอซีไมโครโปรเซสเซอร์ เป็นหน่วยประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์สมัยใหม่
ที่มาhttp://www.oknation.net/blog/pohthai/2012/04/13/entry-2 |
วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
กำเนิดคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
Hi5 คืออะไร
Hi5 คืออะไร
hi5 หรือที่วัยรุ่นไทยอ่านว่า ไฮไฟว์ เป็นเว็บไซต์แบบที่เรียกว่า Social Network ซึ่ง hi5 เป็นเว็บไซต์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุด แห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2002 โดยคุณ Ramu Yalamanchi ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง CEO ของ hi5 นั่นเอง
ในเว็บไซต์ hi5 นั้น สมาชิกสามารถสร้างประวัติส่วนตัว แล้วแสดงบนโลกออนไลน์ โดยสามารถแสดงข้อมูลอย่างเช่น สิ่งที่ตนเองสนใจ เพศ อายุ และสามารถ อัพโหลดรูป�� าพส่วนตัวได้อีกด้วย และในหน้าประวัติของสมาชิก ก็สามารถให้ผู้อื่นมาเีขียนคอมเม้นต์ (comment) ไว้ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ สมาชิก hi5 ยังสามารถสร้างอัลบั้มรูป�� าพส่วนตัว หรือแม้กระทั่ง ใส่ตัวเล่นเพลงในหน้าประวัติของตนเองด้วย สิ่งที่โดดเด่นที่สุดใน hi5 เห็นจะเป็นเรื่องการขอเป็นเพื่อน ผ่านทางระบบอีเมล์ ไปหาสมาชิกคนอื่น ๆ นั่นเอง และเมื่อเพื่อนคนอื่น ๆ ได้รับการขอเป็นเพื่อน ก็สามารถที่จะตอบรับ หรือปฎิเสธ หรือแม้กระทั่งปิดกั้น ไม่ให้เพื่อนคนนั้นเห็นเราก็ได้ ถ้าสมาชิกคนใด ตอบรับสมาชิกอื่นให้เป็นเพื่อนกันแล้ว ทั้งสองคนจะเป็นเพื่อนกันแบบตรง ๆ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนกันระดับแรก (1st degree) สมาชิกทั้งสองฝ่าย ก็จะแสดงหน้าประวัติของเพื่อนของตนเอง ในหน้าประวัติของตนได้ครับ
สมาชิกบางคน อาจจะเลือกที่จะไม่แสดงประวัติ ให้สมาชิกคนอื่นเห็นก็ได้ บางคนอาจ จะอนุญาตให้สมาชิก ที่ตนได้ตอบรับเป็นเพื่อนแล้ว เห็นประวัติของตนได้เช่นกัน
ทรัมเป็ต
ทรัมเป็ต (อังกฤษ: trumpet)
เป็นเครื่องดนตรีสากลในกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง(แตร)
ประเภทเสียงสูง (high brass)
เช่นเดียวกับเฟรนช์ฮอร์น
กำเนิดเสียงโดยอาศัยลมจากการเป่าของผู้เล่นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของริม
ฝีปาก โดยทั่วไปมีปุ่มกด (valve) 3 อัน เรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน
มีทั้งที่เคลือบผิวด้วยทอง, เงิน, นิกเกิล, และแลกเกอร์
ทรัมเป็ตมีวิวัฒนาการมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มจากแตรสัญญาณที่ใช้ในการล่าสัตว์หรือในทางทหาร แต่แตรลักษณะนั้นโดยมากจะไม่มีปุ่มกดเพื่อเปลี่ยนระดับเสียง ทำให้ไม่สามารถสร้างระดับเสียงที่แตกต่างกันได้มากนัก จนกระทั่งมีการคิดประดิษฐ์ปุ่มกดและกลไกต่างๆเข้าไปภายหลังในสมัยยุคกลาง โดยเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง สามารถพบเห็นได้ในวงหลากหลายรูปแบบตั้งแต่วงพื้นบ้านของเม็กซิกัน(mariachi) วงแจ๊ซ วงโยธวาทิต จนถึงวงออเคสตราขนาดใหญ่ หรือแม้แต่วงดนตรีป๊อป-ร็อคสมัยใหม่
ระดับเสียงของทรัมเป็ตมีช่วงเสียงประมาณ 2-3 ออกเตฟ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่น ตั้งแต่ F# ต่ำกว่า middle C จนถึง E สูงเหนือบรรทัด 5 เส้นหรือสูงกว่านั้น เสียงของทรัมเป็ตโดยธรรมชาติมีลักษณะดังกังวาน สดใส และเข้มแข็ง แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้สร้างเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์หม่นเศร้าได้เช่น กัน
ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือทรัมเป็ตในคีย์ Bb และคีย์ C อาจพบเห็นทรัมเป็ตที่มีขนาดและระดับเสียงแตกต่างกันได้อีกหลายชนิดตั้งแต่ "เบส-ทรัมเป็ต" จนถึง "พิคโคโลทรัมเป็ต" โดยเฉพาะในบทเพลงคลาสสิค
ในประเทศไทยมีผู้เล่นทรัมเป็ตที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น อ.วานิช โปตะวนิช, อ.เลิศเกียรติ จงจิรจิต เป็นต้น
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%95
ทรัมเป็ตมีวิวัฒนาการมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเริ่มจากแตรสัญญาณที่ใช้ในการล่าสัตว์หรือในทางทหาร แต่แตรลักษณะนั้นโดยมากจะไม่มีปุ่มกดเพื่อเปลี่ยนระดับเสียง ทำให้ไม่สามารถสร้างระดับเสียงที่แตกต่างกันได้มากนัก จนกระทั่งมีการคิดประดิษฐ์ปุ่มกดและกลไกต่างๆเข้าไปภายหลังในสมัยยุคกลาง โดยเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง สามารถพบเห็นได้ในวงหลากหลายรูปแบบตั้งแต่วงพื้นบ้านของเม็กซิกัน(mariachi) วงแจ๊ซ วงโยธวาทิต จนถึงวงออเคสตราขนาดใหญ่ หรือแม้แต่วงดนตรีป๊อป-ร็อคสมัยใหม่
ระดับเสียงของทรัมเป็ตมีช่วงเสียงประมาณ 2-3 ออกเตฟ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่น ตั้งแต่ F# ต่ำกว่า middle C จนถึง E สูงเหนือบรรทัด 5 เส้นหรือสูงกว่านั้น เสียงของทรัมเป็ตโดยธรรมชาติมีลักษณะดังกังวาน สดใส และเข้มแข็ง แต่ขณะเดียวกันก็สามารถใช้สร้างเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์หม่นเศร้าได้เช่น กัน
ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือทรัมเป็ตในคีย์ Bb และคีย์ C อาจพบเห็นทรัมเป็ตที่มีขนาดและระดับเสียงแตกต่างกันได้อีกหลายชนิดตั้งแต่ "เบส-ทรัมเป็ต" จนถึง "พิคโคโลทรัมเป็ต" โดยเฉพาะในบทเพลงคลาสสิค
ในประเทศไทยมีผู้เล่นทรัมเป็ตที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น อ.วานิช โปตะวนิช, อ.เลิศเกียรติ จงจิรจิต เป็นต้น
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%95
Notebook คืออะไร
การเลือกซื้อ Notebook เป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่ต้องพูดถึง
ไม่งั้นไม่ใช่เว็บที่เกี่ยวกับ Notebook เอาความหมายก่อนแล้วกันนะครับ
Notebook หมายถึง สมุดจด แฮะๆ ล้อเล่นครับ ไม่ใช่สมุดจดแน่ๆ ฝรั่งนิยมเรียก Laptop มากกว่า Notebook ทำไมถึงเรียกว่า Laptop เป็นการเรียกตามลักษณะการใช้งาน คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Personal Computer หรือ PC เจ้า PC ถ้าเราแบ่งตามการใช้งานจะแบ่งเป็น 2 ประเภท
Desktop Computer
หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
ลักษณะการใช้งานคือวางไว้บนโต๊ะ ถ้าไม่วางบนโต๊ะลำบากแน่ๆ ก็เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไป สายอีรุงตุงนัง เกะกะ เคลื่อนย้ายที่ต้องเรียกคนช่วย ลองไปดูด้านหลัง โอ้โหยังกับป่าดงดิบ จะต่อจะเสียบอะไรที ไม่อยากจะยุ่งเลยครับ เป็นรุ่นเก่านะครับ ปัจจุบันมีประเภท All-in-One เหมือนกันแต่แพงกว่าทุกประเภท
Notebook
หรือ Laptop Computer การใช้งานไม่จำเป็นต้องวางบนโต๊ะ
สามารถพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ช่วงแรกๆ ภาพที่เห็นคือ
เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ แล้วนางแบบหรือนายแบบวางบนตักเล่น
ตักในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Lap ส่วน Top แปลว่าด้านบน แปลรวมกันก็คอมบนตัก
แต่บ้านเราไม่ใช้ “คอมพิวเตอร์ตั้งตัก” และจริงๆ Notebook ก็มีที่มา
คือ ลักษณะคล้ายสมุดจด แบนๆ สี่เหลี่ยนเปิดพับได้ เหมือนสมุดจด
นั่นล่ะครับเป็นที่มา และการเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
ดูจะได้อารมณ์กว่าเรียกแบบแปลตรงตัว
ส่วนการใช้คงไม่ต้องนอนเล่นแบบน้องเค้านะครับ เพราะไม่น่าจะถนัด
ถ้า จะเอาความหมายเป็นทางการหน่อย Notebook ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่พกพาได้สะดวก มีน้ำหนักประมาณ 1-3 กก. หรือมากกว่านี้ก็มีให้เห็น สามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี และจากปลั๊กไฟโดยตรงก็ได้ ส่วนประกอบต่างๆ เพื่อรวมเป็นคอมพิวเตอร์เหมือน Desktop แต่ทั้ง CPU จอ ลำโพง แป้นพิมพ์ เมาส์ ถูกจับมารวมไว้ในตัวเดียวกัน ช่วงแรกๆ ประสิทธิภาพจะด้อยกว่าและแพงกว่าตั้งโต๊ะ แต่ปัจจุบันต้องเรียกว่าไม่แพ้เลยทีเดียว และว่ากันว่าจะมาแทนที่ Desktop ด้วยซ้ำไป ก็ไม่ผิดหรอกครับที่จะมาแทนที่ เพราะปี พ.ศ.2552 ถามคน 10 คนที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ 8 คน เลือก Notebook
ที่มาhttp://www.siamnotebook.net/index.php/notebook-buying-guide/35-notebook-buying-guide/46-what-is-notebook
Notebook หมายถึง สมุดจด แฮะๆ ล้อเล่นครับ ไม่ใช่สมุดจดแน่ๆ ฝรั่งนิยมเรียก Laptop มากกว่า Notebook ทำไมถึงเรียกว่า Laptop เป็นการเรียกตามลักษณะการใช้งาน คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Personal Computer หรือ PC เจ้า PC ถ้าเราแบ่งตามการใช้งานจะแบ่งเป็น 2 ประเภท
Desktop Computer
หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ลักษณะการใช้งานคือวางไว้บนโต๊ะ ถ้าไม่วางบนโต๊ะลำบากแน่ๆ ก็เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไป สายอีรุงตุงนัง เกะกะ เคลื่อนย้ายที่ต้องเรียกคนช่วย ลองไปดูด้านหลัง โอ้โหยังกับป่าดงดิบ จะต่อจะเสียบอะไรที ไม่อยากจะยุ่งเลยครับ เป็นรุ่นเก่านะครับ ปัจจุบันมีประเภท All-in-One เหมือนกันแต่แพงกว่าทุกประเภท
Notebook
หรือ Laptop Computer การใช้งานไม่จำเป็นต้องวางบนโต๊ะ
สามารถพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ช่วงแรกๆ ภาพที่เห็นคือ
เป็นกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ แล้วนางแบบหรือนายแบบวางบนตักเล่น
ตักในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Lap ส่วน Top แปลว่าด้านบน แปลรวมกันก็คอมบนตัก
แต่บ้านเราไม่ใช้ “คอมพิวเตอร์ตั้งตัก” และจริงๆ Notebook ก็มีที่มา
คือ ลักษณะคล้ายสมุดจด แบนๆ สี่เหลี่ยนเปิดพับได้ เหมือนสมุดจด
นั่นล่ะครับเป็นที่มา และการเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษ
ดูจะได้อารมณ์กว่าเรียกแบบแปลตรงตัว
ส่วนการใช้คงไม่ต้องนอนเล่นแบบน้องเค้านะครับ เพราะไม่น่าจะถนัดถ้า จะเอาความหมายเป็นทางการหน่อย Notebook ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่พกพาได้สะดวก มีน้ำหนักประมาณ 1-3 กก. หรือมากกว่านี้ก็มีให้เห็น สามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี และจากปลั๊กไฟโดยตรงก็ได้ ส่วนประกอบต่างๆ เพื่อรวมเป็นคอมพิวเตอร์เหมือน Desktop แต่ทั้ง CPU จอ ลำโพง แป้นพิมพ์ เมาส์ ถูกจับมารวมไว้ในตัวเดียวกัน ช่วงแรกๆ ประสิทธิภาพจะด้อยกว่าและแพงกว่าตั้งโต๊ะ แต่ปัจจุบันต้องเรียกว่าไม่แพ้เลยทีเดียว และว่ากันว่าจะมาแทนที่ Desktop ด้วยซ้ำไป ก็ไม่ผิดหรอกครับที่จะมาแทนที่ เพราะปี พ.ศ.2552 ถามคน 10 คนที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ 8 คน เลือก Notebook
ที่มาhttp://www.siamnotebook.net/index.php/notebook-buying-guide/35-notebook-buying-guide/46-what-is-notebook
facebook คืออะไร
Facebook (เฟสบุ๊ค)
คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง
ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม
หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่
ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ, โพสต์รูปภาพ ,
โพสต์คลิปวิดีโอ, เขียนบทความหรือบล็อก, แชทคุยกันแบบสดๆ ,
เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก)
และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications)
ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม
เติมอยู่เรื่อยๆ
จนเรียกได้ว่าเลือกใช้กันทั้งปีก็ไม่หมดครับ |
ที่น่าสนใจ
ที่สุดก็คือ Facebook ยังเปิดโอกาสให้เราได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ
ทั้งเพื่อนซี้
เพื่อนเก่าก๊วนรัก เพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมชมรม เพื่อนของเพื่อนของเพื่อน เพื่อนเราคนบ้าน เดียวกัน และไม่นานนักเราก็จะได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ถูกใจจริงๆ ครับ |
วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
Siri คืออะไร
Siri มันคืออะไรและมีประโยชน์แบบไหน เดี๋ยวเรามารู้กัน และโปรแกรม Siri นี้อาจเป็นมาตราฐานและต้นแบบของอนาคตในยุคต่อๆไปแน่นอน ซึ่งจะเปลี่ยนจาก Touch Control มาเป็น Voice Control
เห็นกันอยู่ทุกวันกับการโฆษณารถยนต์ยี่ฮ้อหนึ่งของอเมริกาในเรื่องการควบคุมระบบการเล่น Multimedia ด้วยชุดคำสั่งเสียง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคำสั่งเหล่านั้นถูกบันทึกหรือตั้งค่าล่วงหน้าไว้ก่อนที่จะมีการนำไปใช้จริง แต่โปรแกรม Siri แตกต่าง เพราะมันสามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบของเสียงเราได้ ซึ่งช่วงแรกของโปรแกรม Siri อาจจะมีผิดพลาดกันได้ เพราะเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของผู้ใช้นั้น อาจจะถูกรบกวนด้วยสภาพแวดล้อม จนทำให้ประมวลผลออกมาผิดพลาด แต่หากใช้ Mic Bluetooth ในการออกคำสั่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่เราอาจจะต้องรอ Siri เวอร์ชั่นภาษาไทยเท่านั้น
ที่มาhttp://www.manacomputers.com/what-siri-in-iphone4s/
Siri เป็นเสมือนเลขาคนเก่งที่คอยช่วยเหลือเราผ่านทางอุปกรณ์
Siri คือ ชุดโปรแกรมที่รับคำสั่งจากเสียงที่ซับซ้อน แล้วแสดงผลออกมาเป็นแบบที่ต้องการ หรือจะให้ผมอธิบายง่ายๆก็คือ เราอยากได้อะไร ให้บอก Siri เดี๋ยวมันจัดการทำให้เอง ไม่ว่าจะเป็น การติดตามหุ้นตัวโปรด ฟังเพลงที่ชื่นชอบ คนหาที่อยู่เพื่อนรัก เปิดงานเอกสารที่ต้องการ ทุกอย่างทำได้ด้วย Siri
Siri คือ ชุดโปรแกรมที่รับคำสั่งจากเสียงที่ซับซ้อน แล้วแสดงผลออกมาเป็นแบบที่ต้องการ หรือจะให้ผมอธิบายง่ายๆก็คือ เราอยากได้อะไร ให้บอก Siri เดี๋ยวมันจัดการทำให้เอง ไม่ว่าจะเป็น การติดตามหุ้นตัวโปรด ฟังเพลงที่ชื่นชอบ คนหาที่อยู่เพื่อนรัก เปิดงานเอกสารที่ต้องการ ทุกอย่างทำได้ด้วย Siri
มุมมองใหม่ของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมาเป็น Voice Control ด้วย Siri
เห็นกันอยู่ทุกวันกับการโฆษณารถยนต์ยี่ฮ้อหนึ่งของอเมริกาในเรื่องการควบคุมระบบการเล่น Multimedia ด้วยชุดคำสั่งเสียง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคำสั่งเหล่านั้นถูกบันทึกหรือตั้งค่าล่วงหน้าไว้ก่อนที่จะมีการนำไปใช้จริง แต่โปรแกรม Siri แตกต่าง เพราะมันสามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบของเสียงเราได้ ซึ่งช่วงแรกของโปรแกรม Siri อาจจะมีผิดพลาดกันได้ เพราะเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของผู้ใช้นั้น อาจจะถูกรบกวนด้วยสภาพแวดล้อม จนทำให้ประมวลผลออกมาผิดพลาด แต่หากใช้ Mic Bluetooth ในการออกคำสั่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพียงแต่เราอาจจะต้องรอ Siri เวอร์ชั่นภาษาไทยเท่านั้น
ที่มาhttp://www.manacomputers.com/what-siri-in-iphone4s/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







